บทนำ
รู้ไหมว่าทำไมหลายคนบอกว่าชาวภูฏานเป็นหนึ่งในชนชาติที่ดูมีความสุขที่สุด ทั้งที่ประเทศเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขา และเดินทางไม่ง่ายเลย คำตอบส่วนใหญ่ซ่อนอยู่ใน ความเชื่อของคนภูฏาน ที่แทรกอยู่ในทุกเรื่อง ตั้งแต่อาหารที่กิน วัดที่เข้าไปไหว้ ไปจนถึงวิธีคิดเรื่องความสุขและความทุกข์ในชีวิตประจำวัน ถ้าเข้าใจความเชื่อของคนภูฏานก่อนเดินทาง การเที่ยวก็จะไม่ใช่แค่ไปถ่ายรูป แต่กลายเป็นประสบการณ์ที่แตะหัวใจมากขึ้น
ภูฏาน ไม่ใช่แค่ดินแดนภูเขาหิมาลัยสวยงาม แต่เป็นประเทศที่ศาสนาพุทธนิกายวัชรยาน ความเชื่อเรื่องเทพผู้พิทักษ์ และธรรมชาติศักดิ์สิทธิ์ผสมกันอย่างแนบแน่น ความเชื่อเหล่านี้สะท้อนออกมาผ่านสถูป ธงมนต์ ภาพวาดตามบ้าน รวมถึงนโยบายระดับประเทศอย่าง GNH ที่หลายคนเคยได้ยินชื่อ แต่ยังไม่รู้ว่ามันเชื่อมกับชีวิตคนภูฏานอย่างไร
ในบทความนี้ คุณจะได้ทำความรู้จักรากฐานของ ความเชื่อของคนภูฏาน สัญลักษณ์สำคัญที่คุณจะเห็นตลอดทาง และมุมมองเรื่องความสุขแบบภูฏาน เพื่อให้เวลาไปถึงจริง คุณจะมองทุกอย่างด้วยสายตาที่เข้าใจมากขึ้น Bhutan Center รวบรวมข้อมูลทั้งหมดนี้มาเล่าให้ฟังในภาษาไทย อ่านจบแล้วคุณจะพร้อมมากขึ้นทั้งในมุมการเที่ยวและมุมจิตใจ
“Gross National Happiness is more important than Gross National Product.”
— Jigme Singye Wangchuck, กษัตริย์ภูฏานรัชกาลที่ 4
ประเด็นสำคัญจากบทความนี้
- ความเชื่อของคนภูฏาน ผูกกับพุทธศาสนานิกายวัชรยาน และผสมกับความเชื่อดั้งเดิมเรื่องภูตผีและธรรมชาติ ทำให้ศาสนาอยู่ในทุกมิติของชีวิตประจำวัน
- สัญลักษณ์อย่าง ธงมนต์ กงล้อมนตรา และภาพลึงค์ มีความหมายด้านการปกป้อง คุ้มครอง และการขอพร จึงไม่ใช่แค่ของตกแต่งสวยงาม
- ปรัชญา GNH (Gross National Happiness) เป็นการนำหลักเมตตา ทางสายกลาง และกฎแห่งกรรม มาคิดเป็นนโยบายประเทศ วัดความสำเร็จด้วยความสุขของคนมากกว่าตัวเลขเศรษฐกิจ
- การเข้าใจความเชื่อของคนภูฏานก่อนเดินทาง ทำให้คุณเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ดีขึ้น และทำให้ทริปภูฏานมีความหมายลึกกว่าการเที่ยวชมสถานที่
พุทธศาสนานิกายวัชรยาน รากแก้วแห่งความเชื่อของคนภูฏาน
หัวข้อที่ชื่อว่า “พุทธศาสนานิกายวัชรยาน รากแก้วแห่งความเชื่อของคนภูฏาน” ไม่ได้เกินจริงเลย ศาสนานิกายนี้ไม่ใช่แค่สิ่งที่ระบุในบัตรประชาชน แต่เป็นหัวใจของประเทศ ตั้งแต่วิธีปกครอง รูปแบบสถาปัตยกรรม ไปจนถึงนิสัยอ่อนโยนของผู้คน ถ้าคุณมองให้ลึกลงไป จะเห็นว่า ความเชื่อของคนภูฏาน ส่วนใหญ่ล้วนยืนอยู่บนคำสอนสายนี้แทบทั้งหมด
ตำนานสำคัญเริ่มจากท่านกูรู รินโปเช หรือพระปัทมสมภพ ผู้ถูกยกย่องว่าเป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่สอง ท่านเดินทางมาบำเพ็ญเพียร ปราบภูตผี และเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนแห่งนี้ หลายวัดสำคัญในภูฏานเชื่อมโยงกับท่าน โดยเฉพาะอารามทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ (Tiger’s Nest) ที่เกาะอยู่บนหน้าผาสูง หากคุณรู้ที่มานี้ เวลาขึ้นไปไหว้จะรู้สึกเชื่อมโยงกับ ความเชื่อของคนภูฏาน มากกว่าแค่ “เช็กอินที่ดัง”
ในชีวิตประจำวัน ชาวภูฏานจำนวนมากเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการสวดมนต์ จุดธูปบูชา หรือเดินเวียนรอบสถูป การเดินวนรอบสถูปที่เรียกว่า โคระ เป็นการภาวนาอย่างง่ายที่ทำได้ทั้งเด็กและผู้สูงอายุ
กิจวัตรศรัทธาที่มักเห็นได้บ่อย เช่น
- หมุนกงล้อมนตราเบาๆ ระหว่างเดินผ่านสถูปหรือวัด
- พนมมือและก้มศีรษะสั้นๆ ทุกครั้งที่ผ่านสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
- สวดมนต์บทสั้นๆ ซ้ำไปมาในใจเพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัย
คุณเองก็สามารถลองเดินตามได้อย่างสุภาพ ถือเป็นการสัมผัส ความเชื่อของคนภูฏาน ผ่านการปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่การดูห่างๆ
อีกสิ่งที่คุณจะเห็นแน่นอนคือ “ซอง” หรือป้อมปราการประจำแคว้น แต่ละซองเป็นทั้งวัดและที่ทำการรัฐในที่เดียวกัน แสดงให้เห็นว่าศาสนากับการปกครองเดินไปด้วยกัน ชาวภูฏานเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมอย่างจริงจัง การทำดี พูดดี และไม่เบียดเบียนจึงไม่ใช่แค่คำสอนในหนังสือ แต่เป็นวิธีใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่ สอดคล้องกับหลักการที่สถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างศูนย์พัฒนากิจและนิสิตเก่าสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำมาปลูกฝังคุณธรรมให้กับเยาวชน เมื่อคุณเข้าใจฐานคิดแบบนี้ ก็จะมอง ความเชื่อของคนภูฏาน ด้วยความเคารพและเข้าใจมากขึ้น
“สำหรับชาวภูฏาน การสวดมนต์ตอนเช้าไม่ใช่หน้าที่ แต่เป็นการเริ่มวันด้วยใจที่สงบ”
— คำบอกเล่าจากไกด์ท้องถิ่นในทิมพู
Bhutan Center มีบทความเล่าเรื่องวัดสำคัญอย่างทักซังและซองต่างๆ ในรายละเอียด หากวางแผนเดินทาง คุณสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยเลือกเส้นทางที่เข้ากับสายจิตวิญญาณของตัวเองได้เลย
สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อเฉพาะตัวที่คุณจะเห็นในภูฏาน
ทันทีที่คุณไปถึงภูฏาน สิ่งแรกๆ ที่สะดุดตาคือธงผ้าหลากสีสะบัดอยู่ตามภูเขา กงล้อโลหะให้หมุนได้ตามวัด และภาพลึงค์ขนาดใหญ่บนผนังบ้าน ถ้าไม่รู้ที่มาอาจงงหรือแอบขำ แต่สำหรับชาวภูฏาน สิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมกับ ความเชื่อของคนภูฏาน อย่างลึกซึ้ง
ธงมนต์ หรือลุงตะเป็นธงผ้า 5 สี น้ำเงิน ขาว แดง เขียว เหลือง แทนธาตุทั้งห้า ทั้งฟ้า ลม ไฟ น้ำ และดิน บนธงพิมพ์บทสวดและคำอธิษฐานไว้ เมื่อสายลมพัดผ่าน ก็เหมือนคำอธิษฐานถูกส่งออกไปให้คุ้มครองสรรพสัตว์ คุณจะเห็นธงมนต์ตั้งเรียงรายตามดอยสูงและทางผ่านช่องเขา หากรู้ว่าเป็นการส่งพร ไม่ใช่แค่ของประดับ คุณจะมองสีสันเหล่านี้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นขึ้นทันที
กงล้อมนตราเป็นอีกสัญลักษณ์ที่พบได้ทั่วไป มองเผินๆ เหมือนเสาโลหะให้หมุนเล่น แต่ภายในบรรจุกระดาษที่เขียนมนต์ไว้เป็นพันๆ จบ ชาวภูฏานเชื่อว่าการหมุนกงล้อหนึ่งรอบให้ผลบุญเท่ากับการสวดมนต์ตามจำนวนนั้น เวลาคุณไปวัด ลองหมุนกงล้อเบาๆ ตามเข็มนาฬิกา พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน ก็ถือว่าได้สัมผัส ความเชื่อของคนภูฏาน ผ่านการกระทำเล็กๆ ที่เรียบง่าย
ส่วนภาพลึงค์ที่วาดบนผนังบ้านหลายหลัง มีที่มาจากท่านดรุกปา คุนเลย์ พระลามะสายขบถที่ใช้วิธีสอนธรรมะแบบไม่เหมือนใคร ชาวภูฏานมองสัญลักษณ์นี้เป็นเครื่องปัดเป่าสิ่งไม่ดี ความอิจฉา และคำสาปแช่ง ไม่ได้เน้นเรื่องเพศอย่างที่นักท่องเที่ยวบางคนเข้าใจ หากคุณรู้ที่มาแล้ว เวลามองก็จะเห็นเป็นสัญลักษณ์มงคลในบริบทของ ความเชื่อของคนภูฏาน มากกว่าจะรู้สึกเขิน
มังกรสายฟ้า หรือ ดรุก คืออีกสัญลักษณ์สำคัญที่อยู่บนธงชาติ เล่าเรื่องประเทศในฐานะดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า เสียงฟ้าแลบฟ้าร้องในตำนานถูกเชื่อมกับพลังของมังกร ผู้คนจึงเรียกตัวเองว่า ดรุกปะ แปลว่าคนของมังกรสายฟ้า สัญลักษณ์นี้สะท้อนพลังปกป้องคุ้มครองบ้านเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ความเชื่อของคนภูฏาน ในระดับชาติ
ด้านโหราศาสตร์ ชาวภูฏานมักให้พระลามะช่วยดูฤกษ์สำคัญ ตั้งแต่การตั้งชื่อเด็ก การแต่งงาน ไปจนถึงการสร้างบ้าน การเลือกวันดีเป็นการสร้างความสบายใจและรู้สึกว่าตัวเองเดินไปในทางที่ถูกต้อง เมื่อไปเที่ยว คุณอาจได้ยินคนท้องถิ่นพูดถึงวันดีวันไม่ดีเรื่องการเดินทาง นี่คือส่วนหนึ่งของวิธีคิดที่ผูกกับดวงดาวและ ความเชื่อของคนภูฏาน ไม่ใช่เรื่องงมงายอย่างที่บางคนอาจมองจากภายนอก
เมื่อคุณไปเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในภูฏาน การปฏิบัติตัวเล็กๆ เหล่านี้จะช่วยให้เข้ากับวัฒนธรรมได้ดีขึ้น
- เดินเวียนรอบสถูปและกงล้อมนตรา ตามเข็มนาฬิกา เสมอ
- ไม่จับหรือขยับธงมนต์ที่ตั้งไว้แล้ว และหลีกเลี่ยงการเหยียบของที่ใช้ในพิธี
- แต่งกายสุภาพและหลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังในบริเวณวัดและซอง